OUR CLIENTS
เราได้รับความไว้วางใจจาก บริษัทชั้นนำของโลกและในประเทศ


TRAINER / CONSULTANT
ดำเนินการอบรมโดย อ.วราลักษณ์ สมัญญากุล (ครูแอน) วิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์เฉพาะด้านที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่างๆ มากมาย
มีประสบการณ์ด้านสายงานขายมากว่า 20 ปี และได้ Certified การเป็น IMAGE COACH ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์แบบมืออาชีพของ Image Coaching Limited Partnership หลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากประเทศอังกฤษ อเมริกา และ แคนาดา ผนวกกับ Certified การโค้ชด้วยหลักจิตวิทยาเชิงบวก และการโค้ชแบบทรงพลังด้วยไพ่แห่งชีวิต จาก THAILAND COACHING INSTITUTE (ได้รับการรับรองจาก INTERNATIONAL COACH FEDERATION)
ติดตามผลงานและแรงบันดาลใจได้ที่
บริการและหลักสูตรของเรา (Our Services)
สถาบัน Image Power Consultant ให้บริการทั้งรูปแบบองค์กร (B2B), บุคคลทั่วไป (Public) และแบบคลาสส่วนตัว (Private) ครอบคลุมทุกความต้องการ
อบรมบุคลิกภาพ องค์กร B2B แบบ In-house Training
Image Power Consultant สถาบันจัดอบรมพนักงานเพื่อยกระดับภาพลักษณ์องค์กร ตั้งแต่ หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ สำหรับหัวหน้างาน, ภาพลักษณ์ของพนักงานองค์กร การสร้าง มารยาททางธุรกิจ, ไปจนถึง คอร์สอบรมพนักงานขายให้ดูน่าเชื่อถือและสื่อสารและการนำเสนออย่างมืออาชีพ ที่สามารถนำไปใช้เพิ่มยอดขายได้จริง
คอร์สพัฒนาบุคลิกภาพ ผู้บริหาร ระดับสูง (Executive Presence)
หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริหารโดยเฉพาะ เราเป็นที่ปรึกษาภาพลักษณ์แบบองค์รวม โค้ชปรับลุค สร้าง Personal Branding มืออาชีพ ช่วยให้คุณมีบุคลิกภาพที่สง่างาม น่าเชื่อถือ และสะท้อนวิสัยทัศน์ของผู้นำยุคใหม่
อบรมการพูด และ ทักษะการสื่อสาร (Communication & Public Speaking)
แก้ปัญหาพูดไม่เก่ง พรีเซนต์งานไม่ปัง ด้วย คอร์สสอนพรีเซนต์งาน และ สอนพูดในที่สาธารณะ เรามีเทคนิคที่ช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจ เป็นธรรมชาติ และดึงดูดใจผู้ฟังได้ตั้งแต่ประโยคแรก
ทำไมเราถึงแตกต่าง?
• เราเป็นรายแรกในไทย ที่นำศาสตร์ภาพลักษณ์มาผนวกเข้ากับศาสตร์ด้านจิตวิทยามนุษย์ และอาจารย์ผู้สอนมีประสบการณ์ทั้งด้านการให้คำแนะนำภาพลักษณ์แบบองค์รวม ที่เน้นดึงพลังศักยภาพ (ที่ซ่อนเร้น) จากภายใน เพื่อส่งผ่าน เป็นการแสดงออกภายนอก พร้อมทั้งอยู่ในวงการธุรกิจเสื้อผ้า (เป็นเจ้าของแบรนด์) มากว่า 11 ปีจึงเข้าใจเรื่องการวิเคราะห์การแต่งกายเพื่อดึงพลัง ความมั่นใจอย่างมืออาชีพได้ลึกซึ้ง
• เราเน้นให้มีการฝึกปฏิบัติจริงในทุกหลักสูตร โดยจะ "ประยุกต์มาจากผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้ผู้อบรมสามารถนำไปปรับใช้กับสถานการณ์จริง ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด"
• การนำจิตวิทยามาใช้ร่วมกับการสื่อสาร คือ ศาสตร์ที่สถาบันให้ความสำคัญ และผู้อบรมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า " สนุก เข้าใจง่าย และได้ประโยชน์กับชีวิตตัวเอง และการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น "
• หลักสูตรของเรา ได้รับการการันตีจากผู้อบรมว่า หลังจากที่เรียนไปแล้ว สามารถนำไปใช้จริงได้
• หลักสูตรของเรา ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศ และต่างประเทศมากมาย
• ราคาหลักสูตรสมเหตุผล และสิ่งที่องค์กร-ผู้อบรมได้รับหลังจากจบคลาส คุ้มค่าเกินราคาอย่างแน่นอน


OUR CLASSES
คลาสเรียนของเรา
![]()
COURSE OVERVIEW
หลักสูตรทั้งหมด
คอร์สสำหรับองค์กร
การสื่อสารเพื่อบริการและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

คอร์สสำหรับบุคคลทั่วไป

คอร์สไพรเวท 1 On 1
(Customize Program)
PRIVATE COURSE
ผู้บริหารแบบใดควรเรียน Executive Presence?
หลักสูตร Executive Presence เหมาะสำหรับผู้บริหารและผู้นำที่มีความสามารถ แต่ต้องการพัฒนาวิธีแสดงออกให้สะท้อนศักยภาพ ความน่าเชื่อถือ และวิสัยทัศน์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับหัวหน้างาน ผู้จัดการ และบุคลากรศักยภาพสูงที่กำลังเตรียมตัวรับบทบาทสำคัญ
ผู้บริหารที่ควรพัฒนา Executive Presence ได้แก่
1. ผู้บริหารที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับบทบาทใหม่
เมื่อเปลี่ยนจากผู้เชี่ยวชาญมาเป็นหัวหน้า ความเก่งด้านงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้บริหารต้องสื่อสารวิสัยทัศน์ สร้างความเชื่อมั่น มอบหมายงาน และวางตัวให้เหมาะกับความรับผิดชอบที่สูงขึ้น
2. คนเก่งที่ผลงานดี แต่ยังไม่ถูกมองว่าพร้อมเป็นผู้นำ
บางคนวิเคราะห์เก่งและทำงานได้ดี แต่พูดเบา ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือสื่อสารผลงานไม่ชัด ทำให้ศักยภาพที่มีอยู่ไม่ถูกมองเห็น การพัฒนา Executive Presence ช่วยให้แสดงความสามารถอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องโอ้อวด
3. ผู้บริหารที่ต้องพบลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ผู้ที่ต้องเจรจากับลูกค้ารายสำคัญ นักลงทุน พันธมิตร หรือผู้บริหารระดับสูง ต้องสามารถสร้างความน่าเชื่อถือผ่านภาพลักษณ์ ภาษากาย น้ำเสียง และการสื่อสารที่ชัดเจนตั้งแต่การพบกันครั้งแรก
4. ผู้บริหารที่ต้องพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก
การประชุมใหญ่ การนำเสนอกลยุทธ์ การพูดบนเวที หรือการให้สัมภาษณ์ จำเป็นต้องใช้ทั้งความมั่นคงทางอารมณ์ โครงสร้างการพูด และบุคลิกภาพที่ทำให้ผู้ฟังเชื่อมั่น
5. ผู้นำที่ต้องบริหารทีมในช่วงเปลี่ยนแปลงหรือแรงกดดัน
ในช่วงวิกฤตหรือการเปลี่ยนแปลง ทีมไม่ได้ฟังเพียงเนื้อหาที่ผู้นำพูด แต่ยังสังเกตสีหน้า น้ำเสียง และความมั่นคงของผู้นำด้วย Executive Presence ช่วยให้ผู้นำสื่อสารได้สงบ ชัดเจน และสร้างความไว้วางใจ
6. ผู้บริหารที่ต้องการสร้าง Personal Brand
ผู้บริหารที่ต้องการวางตำแหน่งตนเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำทางความคิด หรือตัวแทนภาพลักษณ์ขององค์กร ควรพัฒนา Personal Brand ให้เชื่อมโยงกับตัวตน คุณค่า และเป้าหมายทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ
7. ผู้ที่เคยได้รับ Feedback ว่ายังขาดความมั่นใจหรือความน่าเชื่อถือ
หากเคยได้รับคำแนะนำว่าเก่งแต่ดูไม่มั่นใจ พูดไม่ชัด วางตัวไม่เหมาะกับตำแหน่ง หรือยังโน้มน้าวทีมไม่ได้ การเรียน Executive Presence จะช่วยวิเคราะห์และพัฒนาได้ตรงจุด
Executive Presence ไม่ใช่การสร้างภาพหรือเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนละคน แต่คือการทำให้ภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ การสื่อสาร และภาวะผู้นำ สอดคล้องกับศักยภาพที่มีอยู่ภายใน
Image Power Consultant ให้บริการอบรมหลักสูตร Executive Presence ทั้งรูปแบบ Private 1 on 1 และหลักสูตรสำหรับองค์กร โดยสามารถปรับเนื้อหาตามตำแหน่ง เป้าหมาย และสถานการณ์จริงของผู้เรียน พร้อม Feedback รายบุคคล
สำหรับ HR ที่ต้องการพัฒนาผู้บริหารหรือ Talent สามารถปรึกษาเราเพื่อออกแบบ Executive Development Program ได้ ส่วนผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาแบบเจาะลึกและเป็นส่วนตัว สามารถสอบถามหลักสูตร Exclusive 1 on 1 Executive Presence – Private Leadership Coaching ได้ค่ะ

คอร์สเรียนออนไลน์
ONLINE COURSES

ช่องทางการแลกเปลี่ยนมุมมอง & แรงบันดาลใจ![]()
คำถามที่พบบ่อย
องค์กรควรเลือกหลักสูตรอบรมพนักงานจากปัญหาหรือเป้าหมายอะไร?
องค์กรควรเลือกหลักสูตรอบรมพนักงานจากทั้ง “ปัญหาที่ต้องแก้” และ “เป้าหมายที่ต้องการไปถึง” โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างพฤติกรรมหรือผลงานในปัจจุบันกับผลลัพธ์ที่องค์กรคาดหวัง ไม่ควรเลือกหลักสูตรเพียงเพราะเป็นหัวข้อยอดนิยมหรือองค์กรอื่นกำลังจัดอบรม
ตัวอย่างเช่น หากองค์กรระบุเพียงว่า “ต้องการอบรมการสื่อสาร” เนื้อหาที่ได้อาจกว้างเกินไป แต่ถ้าระบุว่า “หัวหน้างานมอบหมายงานไม่ชัดเจน ทำให้ทีมเข้าใจไม่ตรงกันและต้องแก้งานบ่อย” วิทยากรจะสามารถออกแบบเนื้อหา Workshop และการวัดผลได้ตรงจุดมากกว่า
1. เริ่มจากปัญหาที่ส่งผลต่อธุรกิจ
HR และผู้บริหารควรพิจารณาว่าองค์กรกำลังเผชิญปัญหาอะไร เช่น
-
พนักงานสื่อสารไม่ตรงกันและเกิดความผิดพลาดซ้ำ
-
หัวหน้างานเก่งงาน แต่ยังบริหารคนไม่เป็น
-
ทีมขายนำเสนอสินค้าได้ แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือหรือปิดการขายไม่ได้
-
พนักงานบริการขาดบุคลิกภาพและมาตรฐานการสื่อสารกับลูกค้า
-
ทีมทำงานภายใต้แรงกดดันแล้วเกิดความขัดแย้ง
-
พนักงานไม่กล้านำเสนอหรือพูดต่อหน้าผู้บริหาร
-
บุคลากรขาดแรงจูงใจ เป้าหมายไม่ชัด และบริหารเวลาไม่ได้
-
ภาพลักษณ์ของพนักงานยังไม่สอดคล้องกับแบรนด์องค์กร
ปัญหาที่เลือกมาใช้เป็นโจทย์ฝึกอบรมควรเป็นปัญหาที่เกิดจากช่องว่างด้านความรู้ ทักษะ หรือพฤติกรรม หากต้นเหตุเกิดจากระบบงาน โครงสร้าง นโยบาย หรือภาระงานที่ไม่เหมาะสม องค์กรอาจต้องปรับระบบควบคู่กับการอบรม
2. กำหนดเป้าหมายหลังการอบรมให้ชัดเจน
แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่า “พนักงานมีความรู้เพิ่มขึ้น” ควรกำหนดให้เห็นพฤติกรรมที่ต้องการ เช่น
-
หัวหน้างานสามารถมอบหมายงานและให้ Feedback ได้อย่างชัดเจน
-
พนักงานสามารถปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะกับคนแต่ละประเภท
-
ทีมสามารถจัดการความเห็นต่างโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์
-
พนักงานขายสามารถตั้งคำถามและค้นหาความต้องการของลูกค้าได้
-
ผู้นำสามารถสื่อสารภายใต้แรงกดดันและสร้างความเชื่อมั่นให้ทีม
-
ผู้เข้าอบรมสามารถนำเสนอข้อมูลได้กระชับและโน้มน้าวใจมากขึ้น
ยิ่งเป้าหมายชัดเจนเท่าไร การออกแบบหลักสูตร In-house Training และการวัดผลหลังอบรมก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. จับคู่ปัญหากับหลักสูตรที่เหมาะสม
| ปัญหาหรือเป้าหมายขององค์กร | หลักสูตรที่เหมาะสม |
|---|---|
| พนักงานขาดความมั่นใจ บุคลิกภาพและภาพลักษณ์ยังไม่เป็นมืออาชีพ | Personality Development & Professional Image |
| ทีมสื่อสารไม่ตรงกัน ทำงานไม่ประสานกัน หรือเกิดความขัดแย้ง | Communication Skills & Conflict Management |
| ทีมต้องประสานงานในสถานการณ์เร่งด่วนหรือภายใต้แรงกดดัน | Team Communication Alignment Under Pressure |
| หัวหน้างานใหม่ยังบริหารคน มอบหมายงาน หรือให้ Feedback ไม่เป็น | Leadership Development for Supervisors |
| ผู้นำต้องการเข้าใจและบริหารลูกทีมที่มีความแตกต่าง | ผู้นำ 4 ทิศ บริหารให้ตรงจุด สื่อสารให้ตรงใจ |
| พนักงานนำเสนอไม่กระชับ ขาดความมั่นใจ หรือโน้มน้าวผู้ฟังไม่ได้ | Professional Presentation & Public Speaking |
| ทีมขายขาดความน่าเชื่อถือและยังปรับวิธีสื่อสารไม่ตรงกับลูกค้า | Sales Skills, Professional Image & Psychology of Communication |
| พนักงานไม่มีเป้าหมาย จัดลำดับงานไม่ได้ หรืองานล่าช้า | Goal Setting & Time Management |
| ทีมมีความเครียด บรรยากาศการทำงานตึงเครียด หรือแรงจูงใจลดลง | Happy Mind Happy Work & Workplace Communication |
4. เลือกกลุ่มผู้เรียนให้เหมาะกับเนื้อหา
หลักสูตรเดียวกันไม่ควรใช้เนื้อหาเหมือนกันกับพนักงานทุกระดับ เพราะบทบาทและสถานการณ์ที่พบแตกต่างกัน เช่น
-
ผู้บริหารควรเน้นการสื่อสารวิสัยทัศน์และการสร้างความเชื่อมั่น
-
หัวหน้างานควรเน้นการมอบหมายงาน Coaching และ Feedback
-
พนักงานขายควรเน้นภาพลักษณ์ การตั้งคำถาม และการโน้มน้าว
-
พนักงานบริการควรเน้นบุคลิกภาพ น้ำเสียง และการรับมือข้อร้องเรียน
-
พนักงานทั่วไปควรเน้นการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการจัดการความแตกต่าง
5. ออกแบบรูปแบบการเรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
หากต้องการเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ควรใช้การบรรยายเพียงอย่างเดียว ควรมี Workshop, Role Play, Case Study และ Feedback จากวิทยากร เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ทักษะกับสถานการณ์ใกล้เคียงงานจริง
องค์กรควรพิจารณาจำนวนผู้เรียน ระยะเวลาอบรม ระดับประสบการณ์ วัฒนธรรมองค์กร และภาษาที่ใช้ในการทำงานร่วมด้วย
6. กำหนดวิธีวัดผลตั้งแต่ก่อนเริ่มอบรม
การวัดผลอาจครอบคลุมทั้งแบบประเมินก่อนและหลังเรียน การสังเกตพฤติกรรมโดยหัวหน้างาน และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง เช่น
-
งานแก้ไขซ้ำลดลง
-
การส่งมอบงานตรงเวลามากขึ้น
-
ข้อร้องเรียนของลูกค้าลดลง
-
หัวหน้างานให้ Feedback ได้ดีขึ้น
-
ความขัดแย้งที่ต้องส่งต่อให้ HR ลดลง
-
คะแนนความร่วมมือและ Engagement ของทีมดีขึ้น
Image Power Consultant ให้บริการวิเคราะห์ความต้องการและออกแบบหลักสูตรอบรมในองค์กรให้เหมาะกับปัญหา กลุ่มผู้เรียน วัฒนธรรมองค์กร และเป้าหมายทางธุรกิจ โดยสามารถนำสถานการณ์จริงมาพัฒนาเป็น Workshop เพื่อให้พนักงานนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีหลังจบการอบรม
หาก HR หรือผู้บริหารยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกหลักสูตรใด สามารถปรึกษา Image Power Consultant เพื่อช่วยวิเคราะห์โจทย์และออกแบบหลักสูตร In-house Training ที่เหมาะกับองค์กรของคุณได้ค่ะ
_15.png)
1.png)




.png)
13.png)






