CORPORATE CLASSES

"IPC ร่วมขับเคลื่อน ESG ให้เกิดผลลัพธ์ ด้วยการพัฒนาศักยภาพจากภายในของผู้คน (IDGs)

 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่อย่างยั่งยืน (SDGs)"

*หลักสูตรของเราสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ESG หมวด Social-สังคม*

In-House Training

อบรมในองค์กร เพื่อพัฒนาบุคลากร เพิ่มศักยภาพทีมงาน

และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ออกแบบหลักสูตรอบรมในองค์กร (In-House Training) ให้ตรงกับเป้าหมายของธุรกิจ

       Image Power Consultant ให้บริการ Corporate Training และ In-house Training สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหาร หัวหน้างาน พนักงานขาย พนักงานบริการ และบุคลากรทุกระดับ ผ่านหลักสูตรด้าน

  • การพัฒนาบุคลิกภาพ (Personality Development)
  • การสร้างภาพลักษณ์มืออาชีพ (Professional Image)
  • การสื่อสาร (Communication Skills)
  • การพูดและการนำเสนอ (Presentation Skills & Public Speaking)
  • ภาวะผู้นำ (Leadership Development) และ Soft Skills
  • การสร้างความสุขในการทำงาน (Mindset & Well-being)

ทุกหลักสูตรสามารถออกแบบให้เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร เป้าหมายทางธุรกิจ และปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำไปใช้ได้จริงหลังจบการอบรม

ทำไมหลักสูตรของเราจึงแตกต่าง

เราเชื่อว่า "ความสำเร็จขององค์กร เริ่มจากคุณภาพของคน"

       หลักสูตรของเราไม่ได้สอนเพียงทฤษฎี แต่ผสานองค์ความรู้ด้าน Image Consulting, Positive Psychology, Communication, Leadership Development และ Experiential Learning ผ่านกิจกรรม Workshop, Role Play และ Case Study จากสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ทั้งในระดับบุคคล ทีม และองค์กร

รูปแบบการอบรม

  • In-house Training
  • Online Training
  • Hybrid Training
  • Executive Coaching
  • Private Workshop

OUR CLIENTS
เราได้รับความไว้วางใจจาก บริษัทชั้นนำของโลกและในประเทศ  

 

หลักสูตร IN HOUSE TRAINING
(อบรมในองค์กร)
 

องค์กรจะวัด ROI จากการฝึกอบรม Soft Skills ได้อย่างไร?

      องค์กรสามารถวัด ROI จากการฝึกอบรม Soft Skills ได้ โดยเชื่อมโยงทักษะที่พัฒนาขึ้นกับพฤติกรรมในการทำงานและตัวชี้วัดทางธุรกิจ ไม่ควรวัดเพียงคะแนนความพึงพอใจหลังอบรม เพราะผู้เรียนอาจชื่นชอบหลักสูตร แต่ยังไม่ได้นำความรู้ไปใช้จนเกิดผลลัพธ์ต่อองค์กร

      แม้ Soft Skills เช่น การสื่อสาร ภาวะผู้นำ การนำเสนอ และการทำงานเป็นทีม จะไม่สามารถแปลงเป็นตัวเงินได้ทุกเรื่อง แต่ HR สามารถวางระบบวัดผลอย่างเป็นขั้นตอนได้ดังนี้

1. กำหนดปัญหาทางธุรกิจก่อนอบรม

เริ่มจากคำถามว่าองค์กรต้องการแก้ปัญหาอะไร เช่น

  • งานผิดพลาดจากการสื่อสารไม่ครบถ้วน

  • งานล่าช้าหรือแก้ไขซ้ำ

  • หัวหน้างานบริหารทีมไม่ได้

  • ความขัดแย้งระหว่างแผนกสูง

  • ลูกค้าร้องเรียนเรื่องการบริการ

  • ทีมขายมีอัตราปิดการขายต่ำ

  • พนักงานลาออกเพราะปัญหากับหัวหน้างาน

หากไม่กำหนดปัญหาตั้งแต่ต้น องค์กรจะไม่สามารถทราบได้ว่าผลลัพธ์หลังอบรมเกิดขึ้นจริงหรือไม่

2. เก็บข้อมูลพื้นฐานก่อนอบรม

HR ควรเก็บข้อมูล Baseline เพื่อใช้เปรียบเทียบ เช่น จำนวนงานที่ต้องแก้ไข ชั่วโมงทำงานซ้ำ ข้อร้องเรียนของลูกค้า ระยะเวลาส่งมอบงาน ยอดขาย อัตราการลาออก หรือคะแนน Engagement

ควรเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เพียงพอ เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนจากเหตุการณ์เฉพาะช่วง

3. กำหนดพฤติกรรมที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลง

ตัวอย่างการเชื่อมโยงทักษะ พฤติกรรม และผลลัพธ์ ได้แก่

ทักษะที่อบรมพฤติกรรมเป้าหมายตัวชี้วัดทางธุรกิจ
การสื่อสาร มอบหมายงานชัดเจนและทวนความเข้าใจ งานผิดพลาดและการแก้งานลดลง
การให้ Feedback หัวหน้าพูดคุยกับปัญหาได้เร็วขึ้น กรณีร้องเรียนหรือปัญหาที่ส่งต่อ HR ลดลง
ภาวะผู้นำ มอบหมายงานและพัฒนาทีมได้ดีขึ้น ผลงานทีม Engagement และ Retention ดีขึ้น
การนำเสนอ นำเสนอข้อมูลกระชับและโน้มน้าวมากขึ้น ระยะเวลาตัดสินใจหรืออัตราอนุมัติเพิ่มขึ้น
ทักษะการขาย ตั้งคำถามและนำเสนอได้ตรงความต้องการ Conversion Rate และยอดขายเพิ่มขึ้น
การบริการ รับฟังและจัดการข้อร้องเรียนได้ดีขึ้น ข้อร้องเรียนลดลงและคะแนนลูกค้าดีขึ้น
การบริหารเวลา วางแผนและจัดลำดับงานได้ดีขึ้น งานล่าช้าและค่าใช้จ่ายล่วงเวลาลดลง

4. วัดผลหลายระดับ

องค์กรควรประเมินอย่างน้อย 4 ระดับ ได้แก่

  1. Reaction: ผู้เรียนเห็นว่าเนื้อหาตรงกับงานและนำไปใช้ได้หรือไม่

  2. Learning: ความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นเพียงใดจากแบบประเมินหรือ Role Play

  3. Behavior: พฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนแปลงหรือไม่หลังผ่านไป 30–90 วัน

  4. Business Results: ตัวชี้วัดทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างไร

การวัดผลระดับพฤติกรรมควรมีหัวหน้างานหรือผู้เกี่ยวข้องร่วมประเมิน ไม่ควรอาศัยการประเมินตนเองของผู้เรียนเพียงอย่างเดียว

5. แยกผลของการอบรมออกจากปัจจัยอื่น

ยอดขาย ผลงาน หรืออัตราการลาออกอาจเปลี่ยนจากหลายปัจจัย เช่น โปรโมชั่น ระบบงาน ผู้บริหาร หรือสภาพตลาด องค์กรจึงไม่ควรนำผลลัพธ์ทั้งหมดมาอ้างว่าเกิดจากการอบรม

แนวทางที่ใช้ได้ เช่น เปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนอบรม เปรียบเทียบทีมที่ได้รับและยังไม่ได้รับการอบรม วิเคราะห์แนวโน้ม หรือให้ผู้บริหารประเมินสัดส่วนผลลัพธ์ที่เกิดจากทักษะใหม่อย่างมีเหตุผล

6. แปลงผลลัพธ์เป็นมูลค่าทางการเงิน

สูตรคำนวณ ROI คือ

ROI (%) = [(ผลประโยชน์จากการอบรม − ต้นทุนการอบรมทั้งหมด) ÷ ต้นทุนการอบรมทั้งหมด] × 100

ตัวอย่างเช่น หลังอบรมการสื่อสาร องค์กรลดเวลาการแก้งานได้เดือนละ 40 ชั่วโมง หากต้นทุนแรงงานเฉลี่ยชั่วโมงละ 500 บาท เท่ากับประหยัดได้เดือนละ 20,000 บาท หรือ 120,000 บาทในระยะเวลา 6 เดือน

หากต้นทุนการอบรมรวม 60,000 บาท

ROI = [(120,000 − 60,000) ÷ 60,000] × 100 = 100%

ตัวเลขนี้ควรใช้เมื่อองค์กรมีข้อมูลรองรับและสามารถประเมินได้อย่างสมเหตุผลว่าผลลัพธ์ส่วนใดเกิดจากการอบรม

7. รายงานทั้งผลตอบแทนทางการเงินและคุณค่าเชิงคุณภาพ

Soft Skills บางด้านอาจสร้างคุณค่าที่สำคัญแต่แปลงเป็นเงินได้ยาก เช่น ความไว้วางใจในทีม ความมั่นใจของหัวหน้างาน คุณภาพการสื่อสาร และวัฒนธรรมการทำงาน องค์กรจึงควรรายงานทั้ง ROI ที่เป็นตัวเงินและ Value on Investment ที่สะท้อนคุณค่าระยะยาว

      Image Power Consultant สามารถร่วมกับ HR และผู้บริหารกำหนดปัญหา พฤติกรรมเป้าหมาย แบบประเมินก่อนและหลังเรียน รวมถึงแนวทางติดตามผลให้เหมาะกับหลักสูตรและบริบทขององค์กร

      หากองค์กรต้องการหลักสูตร Soft Skills ที่ไม่ได้จบเพียงความพึงพอใจหลังเรียน แต่สามารถเชื่อมโยงกับพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ สามารถติดต่อ Image Power Consultant เพื่อร่วมออกแบบหลักสูตรและแนวทางวัดผลได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มอบรมค่ะ

คลาสเรียนที่นำไปใช้ได้จริง!
ด้วยการออกแบบการสอนโดยมืออาชีพ สนุกสนานและได้ผลจริง!

ปรึกษาทีมดูแลของเราได้ที่
 โทร : 081-993-6414, 093-996-4165    อีเมล : imagepower.cs@gmail.com