
หลักการและเหตุผล
ในองค์กรปัจจุบัน ปัญหาการทำงานจำนวนมากไม่ได้เกิดจาก “ความสามารถในการทำงาน” แต่เกิดจาก
“การสื่อสารภายใต้แรงกดดัน” ที่ไม่รู้จะจัดการรับมืออย่างไร โดยเฉพาะในสถานการณ์ เช่น
- การให้ฟีดแบคที่อีกฝ่ายรู้สึกถูกโจมตี จึงปิดการรับฟัง
- การตีความของคนฟังที่บิดเบือน
- การสื่อสารในสถานการณ์ที่ยาก เมื่อเกิดความตึงเครียดในทีม
- การสื่อสารกับคนที่ปกป้องตัวเองสูง
- ความไม่ไว้วางใจกันในการประชุม
- ประชุมบ่อย แต่ไม่มีใครกล้าพูดความจริง
- การตอบสนองเมื่อถูกท้าทายทางอารมณ์ ฯลฯ
ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเสมอ ไม่ขึ้นกับหน้าที่ ระดับ ตำแหน่ง หลายองค์กรพยายามแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างคนมาตลอด มีการจัดอบรมเรื่องวิธีลดความขัดแย้ง ทีมบิวดิ้ง แต่ไม่นาน “ปัญหาเดิมก็กลับมา”
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เนื้อหาที่พูด” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ปัจจัยสำคัญอื่นด้วย เช่น วิธีที่พูด , สภาวะอารมณ์ของทั้งคนพูดคนฟัง , ความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) และ Emotional Triggers (จุดกระตุ้นทางอารมณ์ สิ่งที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง)
เมื่อบุคลากรที่ ไม่สามารถสื่อสารในภาวะกดดัน ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ เกิดต้นทุนแฝง สูญเสียทั้งเวลา และประสิทธิภาพในการทำงาน
จากการศึกษาด้าน Organizational Behavior พบว่า พนักงานจำนวนมากใช้เวลาถึง 20–40% ของเวลาทำงาน ในการรับมือและแก้ไขปัญหาด้านบนดังกล่าว

หลักสูตร “กลยุทธ์การสื่อสารในทีมภายใต้ภาวะกดดันเพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพองค์กร” ดำเนินกระบวนการโดย "ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคล บริหารความสัมพันธ์และการสื่อสารเพื่อประสิทธิภาพองค์กร (Corporate Human Dynamics & Communication Specialist) "
ไม่ใช่หลักสูตรสอนวิธีลดความขัดแย้ง Soft Skill ทั่วไป แต่เป็นหลักสูตรการสื่อสารระดับ Advance เชิงลึกที่เจาะลึกพฤติกรรมมนุษย์ (Human Dynamics) เพื่อเข้าไปค้นพบและเข้าใจแรงขับเคลื่อนของการแสดงออกนั้น ผ่าน Framework และ Theory ที่ชัดเจน มีกรณีศึกษาว่าใช้ได้ผลลัพธ์จริง
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมยังคงมองเห็นเป้าหมายเดียวกันและเดินไปพร้อมกันได้ ไม่แตกคอ แตกแยก เมื่อเจอแรงกดดัน และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์จริงในทีมได้อย่างมืออาชีพเพื่อพัฒนาองค์กรร่วมกัน
ทีมที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ทีมที่ทะเลาะกัน
แต่คือ...“ทีมที่ไม่มีใครกล้าพูดความจริง”

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
- เพื่อลดต้นทุนแฝงจากการเสียเวลา และประสิทธิภาพของบุคลากรจากการไม่สอดคล้องด้านการสื่อสาร
- เพื่อให้เข้าใจและวิเคราะห์แรงขับเคลื่อนภายในของมนุษย์ จุดกระตุ้นทางอารมณ์ และรูปแบบการสื่อสารเชิงป้องกันตัวที่เกิดขึ้น เมื่อคนอยู่ภายใต้แรงกดดันได้
- เพื่อให้ใช้เครื่องมือสื่อสารในภาวะบทสนทนาที่ยากได้เหมาะสม ช่วยการประสานงาน ลดความขัดแย้ง และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
- เพื่อสามารถให้ฟีดแบคในสถานการณ์กดดัน โดยไม่ทำลาย Psychological Safety (ความปลอดภัยทางจิตใจ)
- เพื่อเปลี่ยนความตึงเครียดในทีมให้กลายเป็นการสื่อสารที่ช่วยสร้างความร่วมมือ

สิ่งที่องค์กรและผู้อบรมจะได้รับ
1. ลดต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น จากความไม่สอดคล้อง-สื่อสารผิดพลาด ความตึงเครียดสะสมของบุคลากร “Human Friction”
2. อ่านสภาวะอารมณ์ของคนออก เพิ่มคุณภาพการสื่อสารในสถานการณ์กดดัน เช่น การให้ฟีดแบค การประชุมรวมหลายฝ่าย
3. แยก “แก่นของปัญหา” ออกจาก “อารมณ์ของคน” ได้ชัดขึ้น ทำให้จัดการการสื่อสาร สนทนาในภาวะกดดันเป็นไปอย่างมีระบบราบรื่นมากขึ้น
4. สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจในทีม และลดแรงกดดันในการสื่อสาร ทำให้คนกล้าพูด กล้าถาม กล้าสะท้อนปัญหา โดยไม่กลัวความขัดแย้ง
5. เพิ่มความเชื่อใจและความร่วมมือในทีม เพื่อให้ทีมเดินหน้าร่วมกันได้อย่างมีพลังมากขึ้น


1.jpg)









