

ผู้นำ 4 ทิศ บริหารให้ตรงจุด สื่อสารให้ตรงใจ
(ทักษะการเป็นผู้นำ)
"พนักงานในองค์กร" เปรียบสมือน "หัวใจหลักของธุรกิจ"
ดังนั้นการที่ผู้บริหาร หรือหัวหน้างาน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ
และดึงศักยภาพในด้านต่างๆ ของพนักงาน
จึงเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรต่าง"จำเป็นต้องใส่ใจ"
"ผู้นำ 4 ทิศ" หลักสูตรอบรมสำหรับผู้บริหาร หัวหน้างานและพนักงานที่พร้อมพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ
เป็นศาสตร์จิตวิทยาในการเข้าถึง (เข้าใจ) คนทุกประเภท ถือเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรเรียนรู้ ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใด
โดยเฉพาะระดับผู้จัดการหรือหัวหน้างาน ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างพลังและเสริมทีม ให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
1.jpg)
วัตถุประสงค์หลักสูตร
- เพื่อให้ผู้อบรมได้วิเคราะห์ตัวเองถึงอุปนิสัยในระดับลึก และเรียนรู้ข้อดี-ข้อควรปรับปรุง ในการทำงานมากขึ้น
- เพื่อลดความขัดแย้งในองค์กร จากการเรียนรู้บุคลิก นิสัยใจคอ และพฤติกรรมของเพื่อน-ทีมงานแต่ละคน ซึ่งจะนำไปสู่การมีทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง
- เพื่อเพิ่มความมั่นใจ สร้างภาวะผู้นำ รู้แนวทางในการพัฒนาตัวเอง และขยายขีดศักยภาพมากขึ้น
- เพื่อให้ผู้อบรมได้วิเคราะห์เรียนรู้พฤติกรรมตัวตนของผู้อื่นที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งช่วยให้สามารถออกแบบการสื่อสาร และการแสดงออกให้เหมาะสมตรงใจคู่สื่อสาร
- เพื่อให้ผู้อบรม สามารถวางแผนการมอบหมายงานในทีมได้ดีและเหมาะสมขึ้น
เหมาะกับใคร?
- ผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ ผู้จัดการสายงาน หัวหน้าทีม ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะและภาวะผู้นำ ฯลฯ
รูปแบบการอบรม
- ทฤษฎี 40% + ทำแบบทดสอบวิเคราะห์ 10% + ฝึกปฏิบัติจริง (เวิร์คช็อป) 50%

หัวข้อการอบรม
- MODULE 1 > เข้าใจความต่างแห่ง GENERATION
- ลักษณะและเป้าหมายของแต่ละ Generation
- ความแตกต่างของมุมมอง
- แอคชั่นยังไงให้ตรงใจคนแต่ละ Generation
- MODULE 2 > เรียนรู้ตัวตน
- วิเคราะห์ตนเองในมุมของเราและมุมมองคนอื่น
- คุณเป็นผู้นำลักษณะใด
- ผ่าบุคลิก ความคิด และพฤติกรรมของผู้นำแต่ละแบบ
- ทำอย่างไรจะเป็นผู้นำ 4 ทิศ
- MODULE 3 > เรียนรู้และเข้าใจคนอื่น
- วิเคราะห์พฤติกรรมคนในทีม
- ทฤษฎีพวกเดียวกัน
- ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายร่วมกัน
- MODULE 4 > สื่อสารอย่างไรให้คนฟัง คนเชื่อ และร่วมมือ
- Deep Listening เงียบให้ได้งาน สื่อสารให้ได้ใจ เทคนิคสร้างทีมแข็งแกร่งเป็นอันเดียวกัน
- ผู้นำกับการโน้มน้าว
- สร้างวัฒนธรรมทีมงานให้มีความสุขร่วมกันแบบยั่งยืน
ประโยชน์ที่องค์กรและผู้อบรมจะได้รับ
- รู้จักตนเองมากขึ้น ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตในด้านต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
- ความขัดแย้งในองค์กรลดลง เพราะได้เรียนรู้ทีมงานและวิเคราะห์คู่สื่อสารได้มากขึ้น
- ผู้อบรมมี ภาวะผู้นำ มากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นและเป็นต้นแบบให้กับเพื่อนร่วมงาน และคนในทีมได้
- อ่านบุคลิก นิสัยของคู่สนทนาในเบื้องต้นออก
- สร้างทีมงาน และวัฒนธรรมทีมให้แข็งแกร่ง
#ทักษะผู้นำ
#ทักษะผู้บริหาร
#ทักษะหัวหน้างาน
ประวัติอาจารย์ผู้สอน



OUR CLIENTS
_5.png)
ผู้นำควรปรับวิธีบริหารตามลักษณะของลูกทีมอย่างไร?
ผู้นำควรปรับวิธีบริหารตามระดับความสามารถ แรงจูงใจ บุคลิกภาพ และความต้องการของลูกทีมแต่ละคน โดยยังคงใช้มาตรฐานและเป้าหมายเดียวกันอย่างเป็นธรรม เพราะการบริหารคนอย่างเท่าเทียมไม่ได้หมายถึงการปฏิบัติต่อทุกคนด้วยวิธีเดียวกัน แต่หมายถึงการให้สิ่งสนับสนุนที่เหมาะกับแต่ละคนเพื่อไปถึงผลลัพธ์ที่ตกลงร่วมกัน
1. พิจารณาระดับความรู้และประสบการณ์
พนักงานใหม่หรือผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์กับงานนั้น ต้องการคำสั่งที่ชัดเจน ขั้นตอน ตัวอย่าง และการติดตามใกล้ชิด
พนักงานที่มีความสามารถและประสบการณ์แล้ว ควรได้รับอิสระในการตัดสินใจมากขึ้น หากหัวหน้ายังคงควบคุมทุกขั้นตอน อาจทำให้รู้สึกไม่ได้รับความไว้วางใจและลดแรงจูงใจในการทำงาน
2. ประเมินความมั่นใจและแรงจูงใจ
ลูกทีมบางคนมีความรู้แต่ไม่มั่นใจ ผู้นำควรใช้การ Coaching การตั้งคำถาม และ Feedback เพื่อช่วยให้เขากล้าตัดสินใจ
ส่วนพนักงานที่มีความสามารถแต่แรงจูงใจลดลง ผู้นำควรค้นหาสาเหตุว่าเกิดจากเป้าหมายไม่ชัด ภาระงาน ความสัมพันธ์ การไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่เห็นโอกาสเติบโต ก่อนเลือกวิธีแก้ไข
3. ปรับการสื่อสารให้เหมาะกับสไตล์ของแต่ละคน
ลูกทีมแต่ละคนอาจต้องการข้อมูลและวิธีสื่อสารต่างกัน เช่น
-
คนที่เน้นผลลัพธ์: ต้องการเป้าหมายและการตัดสินใจที่กระชับ
-
คนที่เน้นรายละเอียด: ต้องการข้อมูล หลักเกณฑ์ และเวลาในการวิเคราะห์
-
คนที่เน้นความสัมพันธ์: ต้องการการพูดคุย การมีส่วนร่วม และการยอมรับ
-
คนที่เน้นความมั่นคง: ต้องการขั้นตอนที่ชัดและเวลาเตรียมตัวก่อนการเปลี่ยนแปลง
เครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรม เช่น DISC สามารถช่วยให้ผู้นำเข้าใจแนวโน้มการสื่อสาร แต่ไม่ควรใช้เพื่อตีตราหรือสรุปว่าคนหนึ่งจะมีพฤติกรรมเหมือนเดิมทุกสถานการณ์
4. เลือกรูปแบบการบริหารตามความพร้อม
| ลักษณะของลูกทีม | วิธีบริหารที่เหมาะสม |
|---|---|
| ยังไม่มีทักษะและไม่รู้วิธีเริ่ม | อธิบายเป้าหมาย ขั้นตอน และติดตามใกล้ชิด |
| มีความรู้บางส่วนแต่ยังไม่มั่นใจ | สอนงาน Coaching และให้ Feedback สม่ำเสมอ |
| มีความสามารถแต่แรงจูงใจไม่คงที่ | รับฟัง ให้มีส่วนร่วม และค้นหาสิ่งที่เป็นอุปสรรค |
| มีความสามารถและรับผิดชอบสูง | มอบอำนาจตัดสินใจและติดตามจากผลลัพธ์ |
| เป็นผู้เชี่ยวชาญและต้องการเติบโต | มอบโจทย์ท้าทายและเปิดโอกาสให้เป็นผู้นำผู้อื่น |
วิธีบริหารควรเปลี่ยนตาม “งานและสถานการณ์” ด้วย พนักงานคนเดียวกันอาจเชี่ยวชาญงานประจำ แต่ยังต้องการคำแนะนำมากขึ้นเมื่อต้องรับผิดชอบโครงการใหม่
5. ถามแทนการคาดเดา
ผู้นำสามารถถามลูกทีมโดยตรงว่า
-
“งานนี้ส่วนใดที่คุณมั่นใจแล้ว?”
-
“ส่วนใดที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม?”
-
“ต้องการให้ผมติดตามงานในรูปแบบใด?”
-
“อะไรช่วยให้คุณทำงานได้ดีที่สุด?”
-
“มีอุปสรรคอะไรที่ผมควรช่วยจัดการ?”
คำถามเหล่านี้ช่วยให้ผู้นำเข้าใจความต้องการจริง แทนการบริหารจากสมมติฐานของตนเอง
6. ตกลงเป้าหมายและติดตามผลร่วมกัน
แม้วิธีบริหารจะแตกต่าง แต่ทุกคนต้องเข้าใจผลลัพธ์ มาตรฐาน กำหนดเวลา และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ผู้นำควรทบทวนเป็นระยะว่าวิธีสนับสนุนที่ใช้อยู่ยังเหมาะสมหรือควรปรับเปลี่ยน
หลักสูตร ผู้นำ 4 ทิศ บริหารให้ตรงจุด สื่อสารให้ตรงใจ ของ Image Power Consultant ช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้างานเข้าใจความแตกต่างของคน ฝึกวิเคราะห์พฤติกรรม ปรับการสื่อสาร และเลือกวิธีบริหารให้เหมาะกับสถานการณ์จริง
หากองค์กรต้องการให้หัวหน้างานเลิกใช้วิธีเดียวกับลูกทีมทุกคน และสามารถบริหารความแตกต่างให้กลายเป็นพลังของทีม สามารถติดต่อ Image Power Consultant เพื่อออกแบบหลักสูตร In-house Training ให้เหมาะกับบริบทขององค์กรได้นะคะ
17.png)









